จดหมายเปิดผนึกถึงสมาชิกรัฐสภากราบเรียน ประธานรัฐสภาตามที่รัฐสภาจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญมายกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยขึ้นใหม่ทั้งฉบับนั้น กลุ่มประชาชนตามที่มีรายชื่อแนบท้ายนี้มีข้อสังเกตและข้อเสนอเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว คือ1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขมาแล้วถึง 18 ฉบับ แต่ตราบจนทุกวันนี้การเมืองไทยก็ยังไม่มีเสถียรภาพ อันสะท้อนให้เห็นว่าลำพังเพียงการแก้ไขที่ตัวเนื้อหากฎกติกาของรัฐธรรมนูญเพียงส่วนเดียวนั้น ถึงแม้อาจจะเป็นเงื่อนไขจำเป็น แต่ยังไม่ใช่เงื่อนไขพอเพียงที่จะทำให้รัฐธรรมนูญสามารถเป็นเครื่องช่วยสร้างเสถียรภาพของระบบสังคมการเมืองไทยได้อย่างมีประสิทธิผล2. รัฐธรรมนูญมีนัยแห่งความหมายสองระดับ ได้แก่ ความหมายของเนื้อหากฎกติกาต่างๆ ที่เป็นเสมือนโครงสร้างส่วนบนของรัฐธรรมนูญ กับความหมายทางวัฒนธรรมการเมืองที่เป็นเสมือนโครงสร้างส่วนลึกซึ่งรองรับรัฐธรรมนูญ สาเหตุที่การทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง นับแต่การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดินเมื่อปี พ.ศ. 2475 นั้น อาจเนื่องมาจากสังคมไทยขาดกระบวนการอบรมกล่อมเกลาทางการเมือง ในทางที่จักเสริมสร้างให้คนไทยมีวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมตามวิถีประชาธิปไตยเพื่อรองรับรัฐธรรมนูญที่ยกร่างขึ้น เมื่อคนไทยส่วนใหญ่ไม่เกิดสำนึกในความเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญที่ยกร่างโดยคนกลุ่มน้อยเพียงไม่กี่คน การทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญก็เกิดขึ้นได้ง่ายโดยมีการต่อต้านเพียงเล็กน้อยจากประชาชน3. ด้วยเหตุนี้ในการยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่ จึงน่าจะคำนึงถึงวัตถุประสงค์สำคัญอย่างน้อย 3 ประการ ได้แก่3.1 เพื่อแก้ไขเนื้อหากฎกติกาของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ในส่วนที่เห็นว่ามีปัญหา3.2 เพื่ออาศัยกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นโอกาสสร้างการเรียนรู้ และปลูกฝังให้คนไทยเกิดวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมตามวิถีประชาธิปไตยที่จะรองรับรัฐธรรมนูญซึ่งคนไทยร่วมกันยกร่างขึ้น3.3 เพื่ออาศัยเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ และการลงประชามติรับรองรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นช่องทางดึงคนไทยฝ่ายต่างๆ ที่มีความเห็นขัดแย้งรุนแรงทางการเมืองในช่วงเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา ได้มีเวทีซึ่งมีกฎกติกามารยาทรองรับ สำหรับการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด แล้วทำความเห็นให้ลงรอยเดียวกันในเป้าหมายหลัก ๆ ที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาบ้านเมือง ตลอดจนการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของชาติผ่านกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ4. ถ้าหากเป้าหมายของการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มิได้เป็นเพียงการตอบสนองวัตถุประสงค์ในข้อ 3.1 เท่านั้น แต่เพื่อวัตถุประสงค์ในข้อ 3.2 ที่กล่าวมาด้วย โดยอาศัยกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือสร้างการเรียนรู้ประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนควบคู่พร้อมกันไป กรอบระยะเวลาดำเนินการตามที่มีผู้เสนอไว้ 6 เดือนก็ดูสั้นเกินไป ทั้งนี้น่าจะขยายกรอบเวลาของการร่างรัฐธรรมนูญให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยไม่ให้เร็วเกินไปจนเป็นข้อครหาได้ว่ากระทำเพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อพรรคการเมืองฝ่ายหนึ่ง หรือเตะถ่วงให้เนิ่นช้าเกินไปจนเป็นข้อครหาว่าเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่พรรคการเมืองอีกฝ่ายเช่นกัน หากมีกรอบระยะเวลาพอเหมาะสำหรับการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกตำบล จังหวัด ทั่วประเทศให้กว้างขวางมากที่สุด เพื่อนำข้อเสนอของประชาชนมาประกอบการยกร่างรัฐธรรมนูญ จนประชาชนเกิดวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วม และตระหนักถึงความเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญที่เป็นเสมือน “สัญญาประชาคม” ซึ่งคนไทยทั้งแผ่นดินร่วมกันกำหนดขึ้นและลงประชามติรับรอง ต่อไปการทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญก็จะกระทำได้ยากยิ่ง เนื่องจากคนไทยจะออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านอย่างกว้างขวางแน่นอน5. ตามที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านมีแนวโน้มจะไม่เข้าร่วมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยข้ออ้างว่าพรรครัฐบาลสามารถครอบงำสภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วแก้ไขกฎกติกาของรัฐธรรมนูญเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อคนเพียงคนเดียวโดยการช่วยให้อดีตนายกฯ ทักษิณพ้นผิด ฉะนั้นเพื่อเป็นการดึงประชาชนทุกฝ่ายที่ขัดแย้งกันอยู่ทุกวันนี้ให้เข้าสู่เวทีการพูดคุยในทางที่จะนำไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์ตามวัตถุประสงค์ข้อ 3.3 จึงมีข้อเสนอดังนี้5.1 น่าจะกำหนดเงื่อนไขให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะคล้ายคลึงกับการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก โดยไม่ให้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งแข่งกัน นอกจากการแนะนำตัวหรือหาเสียงผ่านเวทีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้ และถ้ามีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว ห้ามสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกภายในกำหนดระยะเวลาหนึ่ง อาทิ 5 ปี เป็นต้น เพื่อไม่ให้มีข้อครหาว่ายกร่างกฎกติกาของรัฐธรรมนูญในทางที่เอื้อประโยชน์ต่อเงื่อนไขของตัวเองให้เข้าสู่อำนาจรัฐได้ง่ายขึ้น อีกทั้งจะช่วยสกัดไม่ให้นักการเมืองที่อยากลงรับเลือกตั้งในนามพรรคการเมืองต่างๆ อาศัยสภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นช่องทางไต่เต้าไปสู่อำนาจทางการเมือง จนเกิดข้อครหาว่าพรรคการเมืองส่งคนเข้าไปแทรกแซงสภาร่างรัฐธรรมนูญ5.2 น่าจะเพิ่มจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจากที่เสนอไว้จังหวัดละ 1 คน โดยให้มีจำนวนที่สัมพันธ์กับสัดส่วนประชากรของแต่ละเขตเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้สมัครที่ไม่มีฐานเสียงทางการเมืองหนุนหลังมีโอกาสเบียดแทรกเข้าไปมีที่นั่งในสภาร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น5.3 น่าจะขยายเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยการรวมจังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นเขตเลือกตั้งเดียว และให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่ต่ำกว่า 3 คนต่อเขตเลือกตั้ง เพื่อลดอิทธิพลของนักการเมืองแต่ละจังหวัดที่จะมีผลต่อการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง อีกทั้งควรให้ผู้ลงคะแนนเลือกผู้สมัครได้คนเดียวหรือไม่เกินครึ่งหนึ่งของที่นั่งที่มีในเขตเลือกตั้งเพื่อป้องกันการเลือกเป็นพวง (Block Vote)5.4 ควรชักชวนให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านรวมถึงประชาชนฝ่ายที่ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ข้อเสนอแนะรูปแบบของสภาร่างรัฐธรรมนูญในทางที่ประชาชนทุกฝ่ายสามารถจะยอมรับร่วมกันได้ว่า เป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนและมีความเป็นกลางมากที่สุด เพื่อไม่ให้มีเงื่อนไขที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการปฏิเสธไม่เข้าร่วมเวทีพูดคุย จนเสียโอกาสสำหรับบ้านเมืองที่จะมีช่องทางสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในชาติผ่านกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดแจ้งให้สมาชิกรัฐสภารับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะข้างต้นไว้ประกอบการพิจารณา จักขอบพระคุณยิ่งขอแสดงความนับถืออย่างสูง