ข้อเสนอของคณาจารย์ทั่วประเทศต่อแนวทางการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย
เรียน นายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เรื่อง ขอให้มีการทบทวนแนวทางการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย
สำเนาถึง กกอ. สกอ. อธิการบดีทั่วประเทศ ที่ประชุมอธิการบดีทั่วประเทศ ที่ประชุมสภาคณาจารย์ทั่วประเทศ
สืบเนื่องจากการที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ได้ดำเนินนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษา โดยเน้นการผลักดันให้มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ สร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ เพียงเพื่อการไต่อันดับสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก และการบังคับใช้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ อันเป็นที่รู้จักกันดีในนามของ มคอ. หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษโดยย่อว่า TQF เพื่อควบคุมให้การเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยเป็นไปในทิศทางและมาตรฐานเดียวกัน แนวทางทั้งสองประการ ถูกพัฒนาขึ้นมาพร้อมกับการสร้างตัวชี้วัดจำนวนมาก และระบบการกรอกเอกสารในปริมาณมหาศาล เพื่อใช้วัดผลการดำเนินงานของหลักสูตรและอาจารย์ในมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามแนวทางที่สกอ.กำหนด
แนวนโยบายดังกล่าวเน้นการควบคุมบังคับแบบรวมศูนย์อำนาจ ด้วยการสร้างมาตรฐานเชิงเดี่ยวขึ้นใช้กับทุกสาขาวิชาการ และทุกมหาวิทยาลัย วัดคุณภาพเพียงด้วยผลงานเชิงปริมาณภายใต้กรอบคิดที่คับแคบของสกอ. และสร้างภาระการกรอกเอกสารจำนวนมากที่ไม่เกี่ยวข้องใด ๆกับคุณภาพวิชาการ ให้กับคณาจารย์ ซึ่งสร้างปัญหานานับประการขึ้นต่อระบบการเรียนการสอน และการพัฒนางานวิชาการในมหาวิทยาลัย ตลอดจนทิศทางอันยั่งยืนในการพัฒนาอุดมศึกษา อันได้แก่
1. การบั่นทอนเจตจำนงค์และความรับผิดชอบต่อสังคมของอุดมศึกษา การที่สกอ.มุ่งสร้างมหาวิทยาลัยไทย ไปสู่ความเป็นเลิศ ด้วยการยึดเอาระบบการจัดอันดับ (ranking) ขององค์กรธุรกิจบางแห่ง อาทิ Time Higher Education-QS เป็นเกณฑ์มาตรฐานเพียงอย่างเดียว เป็นแนวทางที่เป็นปัญหาอย่างยิ่ง เพราะระบบการจัดอันดับดังกล่าว เป็นระบบที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากในวงการอุดมศึกษานานาชาติ ถึงความน่าเชื่อถือทางวิชาการ ความอคติทางเชื้อชาติ และภาษา ตลอดจนความเป็นมาตรฐานเชิงเดี่ยวภายในโลก ที่เน้นแต่เพียงภาษาอังกฤษเป็นสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับหลักเกณฑ์เชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว หากแต่ขาดความใส่ใจต่อความสำคัญเชิงคุณภาพ ความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนลักษณะที่แตกต่างกันในเชิงบทบาทและพันธกิจที่แตกต่างกันของมหาวิทยาลัย และสาขาวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายของอุดมศึกษาที่พึงมีต่อท้องถิ่นที่ตนตั้งอยู่ เกณฑ์ดังกล่าว ไม่เพียงแต่เป็นเกณฑ์ที่ไม่เหมาะสม หากแต่ยังก่อให้เกิดการเบียดขับมหาวิทยาลัย และงานวิชาการในสายอื่น ๆ ที่ทรงคุณค่าหากแต่ไม่อาจแข่งขันได้ในเชิงปริมาณออกไปอีกด้วย
2. การคุกคามเสรีภาพทางวิชาการ การรวมศูนย์อำนาจและการทำลายธรรมาภิบาลของอุดมศึกษา การบังคับใช้ระบบประกันคุณภาพ ตลอดจนตัวชี้วัด (KPI) จำนวนมากของสกอ. ไม่เพียงแต่ซ้ำซัอนกับระบบประกันคุณภาพที่มีอยู่แล้วของสมศ. แต่ยังคุกคามเสรีภาพทางวิชาการของอุดมศึกษาและคณาจารย์ ด้วยการบังคับใช้กรอบคิดแบบมาตรฐานเดียวกับทุกๆศาสตร์และสาขาวิชาการ โดยมิได้เปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นใด ๆ จากสมาชิกในชุมชนวิชาการ ซึ่งเป็นขัดต่อบทบัญญัติว่าด้วยอิสรภาพทางการบริหารงานของมหาวิทยาลัยตามที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอีกด้วย
3. การทำลายคุณภาพวิชาการด้วยระบบการประกันคุณภาพอันด้อยประสิทธิภาพ กรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา (มคอ.) ที่พัฒนาโดยสกอ.และบังคับใช้กับมหาวิทยาลัยและคณาจารย์ทั่วประเทศนั้น เป็นกรอบที่ด้อยคุณภาพ และคับแคบในทางแนวคิด ไม่มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องหรือช่วยในการยกระดับคุณภาพของการเรียนการสอน แต่กลับเพิ่มภาระงานกรอกเอกสารจำนวนมหาศาลให้กับคณาจารย์ สกอ.มักอ้างถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิฯ เพื่อควบคุมกำกับมหาวิทยาลัยก่อตั้งใหม่ ให้มีคุณภาพที่ได้มาตรฐาน แต่การบังคับกรอกเอกสารจำนวนมาก ย่อมมิใช่แนวทางการควบคุมกำกับเชิงคุณภาพ กว่าสองปีของการบังคับใช้มคอ. ได้เกิดการลอกข้อมูลระหว่างกันของสาขาวิชาต่างๆทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย ด้วยภาระงานที่หนักอึ้ง คณาจารย์ส่วนใหญ่จึงกรอกข้อมูลสักเพียงแต่ให้เสร็จไป หรือกระทั่งเกิดการว่าจ้างกลุ่มบุคคลขึ้นมาทำหน้าที่ในกรอกข้อมูลแทนคณาจารย์ ซึ่งได้ทำให้มคอ.ที่บังคับใช้โดยสกอ. กลายเป็นเครื่องมือที่ไร้ความหมาย และไม่มีผลใดๆต่อการควบคุมกำกับคุณภาพของมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด
ข้อเสนอของคณาจารย์
1. ทิศทางการพัฒนาอุดมศึกษาควรเน้นเป้าหมายเชิงคุณภาพและการรับใช้สังคม เพื่อให้การปฏิรูปอุดมศึกษา นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพอย่างแท้จริง ขอให้สกอ.ทบทวนแนวทางการผลักดันมหาวิทยาลัยที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ ด้วยมาตรฐานเชิงเดี่ยวของการจัดอันดับ และการยึดหลักเกณฑ์การประกันคุณภาพเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว โดยสกอ.ควรหันมาพัฒนาแนวทางความเป็นเลิศของอุดมศึกษาที่วางอยู่บนหลักการที่เคารพต่อความหลากหลายทางวิชาการ และความแตกต่างของมหาวิทยาลัย บูรณาการแนวทางเชิงคุณภาพเข้าเป็นส่วนหนึ่งการพิจารณาความเป็นเลิศ และให้ความสำคัญต่อการตอบสนองและรับผิดชอบต่อสังคม และตอบปัญหาต่อท้องถิ่นที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ อันเป็นพันธะกิจสำคัญที่สถาบันอุดมศึกษาควรให้ความสำคัญ นอกเหนือไปจากมุ่งแข่งขันไปสู่ World Class Universities
2. การปฏิรูปอุดมศึกษาต้องวางอยู่บนหลักการของการเคารพเสรีภาพทางวิชาการ แนวทางการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย ควรเปลี่ยนจากระบบการรวมศูนย์อำนา จที่เน้นการควบคุมบังคับ มาสู่การสนับสนุนและส่งเสริม ให้สถาบันอุดมศึกษา ตลอดจนสมาคมวิชาการต่างๆ ได้มีอิสระ และเสรีภาพ ตลอดจนมีส่วนในการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับคุณภาพทางวิชาการของตนเอง สนับสนุนทางเลือกอื่นๆในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โดยให้ความสำคัญกับความหลากหลาย และแตกต่างของลักษณะเฉพาะของสาขาวิชา สกอ.ควรปรับบทบาทของตนเองไปสู่การสนับสนุนเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของสถาบันต่างๆในการพัฒนาคุณภาพทางวิชาการ ลดความซ้ำซ้อนและภาระงานทางเอกสารของระบบประกันคุณภาพที่มีอยู่ และหันมาสนับสนุนให้เกิดเวทีการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบประกันคุณภาพทางวิชาการอย่างแท้จริง
3. ขอให้มีการยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552 เนื่องจากซ้ำซ้อนกับระบบการประกันคุณภาพการเรียนการสอนที่มีอยู่แล้วของสมศ. และการประกันคุณภาพภายใน (SAR) ที่ต้องจัดทำอยู่แล้วทุกปี ตลอดจนขัดกับอิสระภาพของมหาวิทยาลัย สกอ.ควรให้มีการประมวลและรวบรวมปัญหาระบบการประกันคุณภาพการเรียนการสอนของอุดมศึกษาไทย เปิดให้การประชุมเพื่อรับฟัง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องแนวทางการพัฒนาแนวทางการประกันคุณภาพที่มีความยืดหยุ่น คำนึงถึงความแตกต่างและหลากหลายของมหาวิทยาลัยเป็นสำคัญ โดยการมีส่วนร่วมของคณาจารย์ สมาคมวิชาการ และสมาคมวิชาชีพ ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ
คณาจารย์ดังรายชื่อแนบท้ายนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อเสนอต่างๆที่ประมวลจากความคิดเห็นของคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง จากผู้บริหารประเทศ สกอ. ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารอุดมศึกษาไทย เพื่อให้การทิศทางการปฏิรูปอุดมศึกษาเป็นไปอย่างมีคุณภาพ และยังประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง